บทบาทของสหภาพยุโรป (EU) ในการเจรจา Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA)
บทบาทของสหภาพยุโรป (EU) ในการเจรจา Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA)
วันที่นำเข้าข้อมูล 24 พ.ค. 2564
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 พ.ย. 2565
ทางตันของ JCPOA?
ข้อตกลง Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) ระหว่างกลุ่มประเทศ P5+1 (สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร) กับอิหร่านที่สามารถบรรลุผลได้ในปี 2558 (ค.ศ. 2015) นับเป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งสำคัญของสหภาพยุโรป (EU) ในฐานะผู้ประสานงานระหว่างรัฐภาคีทั้ง 6 ฝ่าย โดยเฉพาะคู่ขัดแย้งสำคัญอย่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อยืนยันว่าอิหร่านจะยุติการพัฒนานิวเคลียร์ แลกกับการยกเลิกการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ โดยข้อตกลงดังกล่าวได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการรับประกันสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ดี การดำเนินการตามข้อตกลงนี้เพื่อป้องกันการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ได้เข้าสู่ภาวะชะงักงัน นับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลง JCPOA และกลับมาคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 (ค.ศ. 2018) และแม้ว่าในปัจจุบัน สหรัฐฯ ภายใต้การนำของนายโจ ไบเดนจะส่งสัญญานเชิงบวกในการกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา แต่นายไบเดนยังคงยืนกรานว่าสหรัฐฯ จะไม่ยกเลิกการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และจะยังไม่กลับเข้าร่วมข้อตกลง JCPOA หากอิหร่านยังคงละเมิดพันธกรณีของ JCPOA ในขณะที่อิหร่านก็ยังคงประกาศกร้าวว่าจะไม่เจรจากับสหรัฐฯ โดยตรง หากสหรัฐฯ ยังไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดเสียก่อน พร้อมปฏิเสธแนวทาง “synchronised” หรือการที่แต่ละฝ่ายดำเนินการเพื่อกลับเข้าสู่ข้อตกลง JCPOA แบบค่อยเป็นค่อยไป บนพื้นฐานของหลักการต่างตอบแทน โดยอิหร่านจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการเสริมสมรรถภาพยูเรเนียมของตนต่อไปจนถึงร้อยละ 60[1]
บทบาทของ EU ในฐานะผู้ประสานงาน Shuttle Diplomacy
ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อและสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนนี้ EU ตระหนักดีว่าการมีบทบาทนำทางการทูตเพื่อประสานรอยร้าวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยับยั้งมิให้อิหร่านเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนจนเสร็จสมบูรณ์ และป้องกันความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาค โดย EU มุ่งมั่นที่จะรักษาบทบาทในการเป็นผู้ประสานงานระหว่างสหรัฐฯ กับรัฐภาคี JCPOA โดยเฉพาะอิหร่าน เพื่อนำสหรัฐฯ และอิหร่านกลับเข้าสู่กระบวนการหารือ JCPOA อีกครั้งตามเจตนารมณ์ของรัฐภาคีฯ
เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 (ค.ศ. 2021) ที่ประชุม Joint Commission (JC) ของ JCPOA ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งมีนาย Enrique Mora รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ EU เป็นประธาน ได้มีมติให้จัดตั้งคณะทำงานระดับผู้เชี่ยวชาญ 2 ชุด ชุดแรกหารือเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ (sanctions lifting) และชุดที่สองหารือเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อให้อิหร่านกลับมาจำกัดการเสริมสมรรถนะและสะสมยูเรเนียมตามพันธกรณีภายใต้ JCPOA โดยสมบูรณ์ (nuclear implementation) โดยมี EU ทำหน้าที่เป็นประธานคณะทำงานฯ และผู้ประสานการหารือกับรัฐภาคีที่เหลือฝ่ายหนึ่ง และกับสหรัฐฯ แยกกันสลับไปมา หรือที่เรียกว่า “shuttle diplomacy” เพื่ออำนวยความสะดวกการเจรจาของคณะทำงานฯ ทั้ง 2 ชุด
การหารือในช่วงต้นปี 2564 (ค.ศ. 2021) ที่ผ่านมาคืบหน้าไปอย่างช้าๆ โดยมีข้อจำกัดทางด้านพิธีการ อาทิ (1) ความซับซ้อนของกระบวนการเจรจาอันเป็นผลมาจากท่าทีของอิหร่านที่ปฏิเสธการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ (2) การขาดการวางรูปแบบและโครงสร้างการหารือที่ชัดเจน ซึ่งทำให้เป็นการยากสำหรับคู่เจรจาในการคาดการณ์รูปแบบและแนวทางในการประชุมครั้งต่อไป และด้านสารัตถะ อาทิ ความซับซ้อนของมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่ออกในสมัยอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งหลายมาตรการไม่เกี่ยวข้องกับ JCPOA โดยตรง ทำให้การหารือด้านเทคนิคมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน อย่างไรก็ดี ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นว่าการหารือของคณะทำงานฯ ในสองครั้งแรกนับเป็นก้าวที่สำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการเชิงบวกที่ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการกลับเข้าสู่เวทีการเจรจา JCPOA
เพื่อเป็นการรักษาพลวัตการหารือให้สม่ำเสมอและเข้มข้น และสะท้อนความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่ต้องการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ที่ประชุม JC จึงได้มีมติเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 (ค.ศ. 2021) ให้จัดตั้งคณะทำงานฯ ชุดที่ 3 เพื่อพิจารณาเรื่องลำดับขั้นตอนและแนวทางในการนำมาตรการต่างๆ มาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม (sequencing)[2]
สถานะล่าสุดและการดำเนินการขั้นต่อไป
แม้ว่าอิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงปฏิเสธการเจรจาร่วมกันโดยตรง (direct talks) และรัฐภาคียังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาข้อสรุปในการร่วมมือได้เมื่อใด แต่จากผลการหารือของคณะทำงานฯ ทั้ง 3 ชุด นับเป็นสัญญาณที่ดีที่สหรัฐฯ ได้ยืนยันที่จะยกเลิกมาตรการลงโทษอิหร่านบางส่วน อาทิ ด้านพลังงาน การเงิน และธนาคาร รวมไปถึงการถอดรายชื่อบุคคลและองค์กรของอิหร่านส่วนใหญ่ออกจากบัญชีคว่ำบาตร และที่อิหร่านแสดงความพร้อมที่จะหารือต่อไปจนกว่าทุกฝ่ายจะสามารถเห็นพ้องร่วมกันและข้อเรียกร้องของอิหร่านจะได้รับการตอบรับ โดยคณะทำงานฯ จะมุ่งจัดทำโรดแมปเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างสอดประสานต่อไป อนึ่ง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 (ค.ศ. 2021) นาย Mora ได้โพสต์ข้อความในบัญชี Twitter ด้วยว่า “การหารือมีพัฒนาการอย่างค่อยเป็นค่อยไป (moderate advances)”
หลายฝ่ายประสงค์ให้ที่ประชุมฯ เร่งรัดหาข้อยุติและรื้อฟื้น JCPOA ได้ภายในกลางเดือนพฤษภาคม 2564 (ค.ศ. 2021) ซึ่งเป็นช่วงครบกำหนดปฏิบัติการตรวจพิสูจน์อิหร่านของ IAEA ตามบันทึกความเข้าใจทางเทคนิคร่วมระหว่างอิหร่านกับ IAEA เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างหรือปัญหาในการปฏิบัติงาน รวมถึงก่อนที่อิหร่านจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 (ค.ศ. 2021) ด้วยเหตุผลที่ว่าสถานการณ์ทาง การเมืองภายในของอิหร่านและความเป็นไปได้ในการกลับเข้าสู่อำนาจของรัฐบาลที่มีแนวโน้มแข็งกร้าวมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อท่าทีของอิหร่านในการเจรจา JCPOA ซึ่งจะยิ่งทวีความยุ่งยากและความซับซ้อนของการเจรจาในภาพรวม
กล่าวได้ว่าความพยายามในการรื้อฟื้นข้อตกลง JCPOA เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ซับซ้อนในการรับประกันเสถียรภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในการนี้ ผู้สันทัดกรณีได้มีข้อสังเกตว่าการเจรจา JCPOA เป็นหนึ่งในบททดสอบสำคัญของ EU ในการแสดงบทบาทในฐานะคนกลางและผู้ประสานงานที่มีประสิทธิภาพ และมีความสามารถในการก้าวผ่านข้อท้าทายด้านพิธีการและสารัตถะเพื่อประสานรอยร้าวระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ พร้อมทั้งขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้กรอบ JCPOA อีกครั้ง ซึ่งนอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ EU ในฐานะหุ้นส่วนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับของสหรัฐฯ แล้ว ยังเป็นโอกาสของ EU ในการพิสูจน์ศักยภาพของตนในฐานะตัวแสดงระดับโลกที่สำคัญ และมีอิสระในการเลือกใช้เครื่องมือทางการทูตที่เหมาะสมเพื่อตอบสนองความท้าทายด้านความมั่นคงในภูมิภาคอีกด้วย
* * * * * * *
กรมยุโรป
กองสหภาพยุโรป
19 พฤษภาคม 2564
ที่มา:
https://eeas.europa.eu/delegations/iran/2281/iran-and-eu_en
https://www.politico.eu/article/us-iran-nuclear-talks-eu-jcpoa/
https://carnegieeurope.eu/strategiceurope/83879
[1] เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 IAEA ได้ยืนยันผลการวิเคราะห์การเสริมสมรรถนะ UF6 ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านว่าเกินระดับร้อยละ 60 แล้ว
[2] ข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค. 2564 คณะทำงานฯ ทั้ง 3 ชุด ยังอยู่ระหว่างการหารือและร่างเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยนาย Mora ได้โพสต์ผ่านบัญชี Twitter ส่วนตัวหลังจากการประชุม JC ในวันที่ 7 พ.ค. 2564 ว่า ที่ประชุมฯ ยังไม่มีการกำหนดเวลาในการหาข้อสรุป อย่างไรก็ดี ทุกฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นเร่งด่วน (urgency) ของเรื่องนี้ร่วมกัน
Department of European Affairs
จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดและวันหยุดนักขัตฤกษ์)