EU ทุ่มทุน 1.98 พันล้านยูโรภายใต้โครงการ Digital Europe เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

EU ทุ่มทุน 1.98 พันล้านยูโรภายใต้โครงการ Digital Europe เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

วันที่นำเข้าข้อมูล 15 ธ.ค. 2564

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 ก.ย. 2565

| 1,003 view

คณะกรรมาธิการยุโรป (อียู) ประกาศทุ่มทุนกว่า 2 พันล้านยูโร หรือประมาณ 73 พันล้านบาท สำหรับ 3 โครงการย่อยชุดแรก ภายใต้โครงการ Digital Europe โดยจะดำเนินการผ่านการมอบเงินทุนและการจัดซื้อจัดจ้างเป็นหลัก เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และสร้างอธิปไตยทางดิจิทัลของอียู (digital sovereignty)

อียูได้ประกาศจัดตั้งโครงการ Digital Europe เมื่อ พ.ค. 64 และได้มีการกำหนดงบประมาณ 7.5 พันล้านยูโรสำหรับโครงการ Digital Europe ระหว่างปี ค.ศ. 2021-2027 เพื่อเร่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจอียูหลังวิกฤตโควิด และกำหนดแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของอียู มุ่งพัฒนาดิจิทัลโซลูชั่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดเพื่อประโยชน์ของประชาชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของอียูให้เหมาะสมกับยุคดิจิทัล

ล่าสุด อียูได้เผยแพร่ผลการจัดสรรงบประมาณสำหรับ 3 โครงการย่อยชุดแรก ดังนี้

1) โครงการหลัก (main work programme) ได้รับจัดสรรงบประมาณ 1.38 พันล้านยูโร ถึงสิ้นปี 2566 เพื่อเน้นการลงทุนในสาขาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีคลาวด์ เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานของการสื่อสารเชิงควอนตัม การพัฒนาทักษะดิจิทัลขั้นสูง และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจและสังคมของ รวมถึงพัฒนาศักยภาพเชิงดิจิทัลให้แก่กลุ่ม SMEs

นอกจากนี้ อียูยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่มีจริยธรรม ปลอดภัยและเชื่อถือได้ เพื่อนำมาใช้เป็นทางออกในการแก้ปัญหาทางสังคมต่าง ๆ อาทิ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และรองรับการโอนถ่ายข้อมูล/การบำรุงรักษาระบบการจัดการข้อมูลราชการข้ามพรมแดน เพื่อสนับสนุนการบริหารราชการระหว่างประเทศสมาชิกในอียู

อาทิ การริเริ่มให้บริการบัตรประชาชนดิจิทัลยุโรป (European Digital Identity) เพื่อเป็นการจัดเก็บและเข้าถึงเอกสารราชการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นรูปแบบมาตรฐานเดียวกันของอียู ซึ่งจะสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการขอรับบริการสาธารณะต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานยืนยันบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีธนาคาร การยื่นเอกสารภาษี การจัดเก็บใบสั่งยาที่ใช้ได้ทุกที่ในยุโรป และ/หรือ การเช่ารถโดยใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย

2) โครงการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้รับจัดสรรงบประมาณ 269 ล้านยูโรถึงสิ้นปี 2566 เพื่อเน้นการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชั้นสูงสำหรับอุปกรณ์ เครื่องมือ และการจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัย ตลอดจนการพัฒนาทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ส่งเสริมการแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ และสนับสนุนโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ล้ำสมัยในตลาดภายในของอียู

3) โครงการศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลแห่งยุโรป (European Digital Innovation Hubs) ได้รับจัดสรรงบประมาณ 329 ล้านยูโรถึงสิ้นปี 2567 เพื่อดำเนินการจัดตั้งเครือข่ายนวัตกรรมดิจิทัลแห่งยุโรป ให้ทุกภาคส่วนในอียูสามารถเข้าถึงการทดสอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และเข้าถึงการช่วยเหลือในการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลภายในองค์กรภาครัฐ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค ระดับท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนทั่วทั้งยุโรป

โครงการ Digital Europe เป็นเครื่องมือที่สำคัญของอียูในการบรรลุเป้าหมายดิจิทัลด้านต่างๆ สำหรับสำหรับปี ค.ศ. 2030 ตามที่กำหนดไว้ในแผน “ทศวรรษดิจิทัลของยุโรป” อาทิ เป้าหมายในการพัฒนาประชากรอย่างน้อยร้อยละ 80 ให้มีทักษะด้านดิจิทัลขั้นพื้นฐาน เป้าหมายให้ทุกครัวเรือนในอียูสามารถเข้าถึงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 1 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) และเป้าหมายให้ทุกพื้นที่ที่มีประชากรอยู่อาศัยได้รับการครอบคลุมโดยเครือข่าย 5G

ด้านนาง Cecilia Bonefeld-Dahl ผู้อำนวยการสมาคมการค้าธุรกิจด้านดิจิทัลของยุโรป หรือ DIGITALEUROPE (ชื่อเดียวกับโครงการของอียู แต่ไม่ใช่องค์กรเดียวกัน) ซึ่งเป็นตัวแทนของธุรกิจกว่า 35,000 บริษัทที่ทำธุรกิจและลงทุนในยุโรป มองว่า “เราต้องสามารถสอนลูกหลานให้เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีในอนาคตให้ได้ ไม่ใช่แค่เป็นผู้ใช้เทคโนโลยี” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของอียูที่ต้องการสร้างอำนาจอธิปไตยทางดิจิทัลของอียูที่เปิดกว้างและเชื่อมต่อถึงกันอีกด้วย

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา อียูได้ประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจขอรับทุนจากโครงการ Digital Europe กลุ่มแรกทั้งหมด 28 หัวข้อ อาทิ ทุนสำหรับการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการพันธมิตรด้านเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์และเซมิคอนดักเตอร์ และทุนสำหรับโครงการ Digital Product Passport เพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น โดยอียูจะประกาศรายละเอียดทุนเพิ่มเติมอีกในปี 2565

ทั้งนี้ โครงการ Digital Europe เปิดโอกาสให้นักวิจัยและภาคเอกชนจากประเทศที่สามเข้าร่วมขอรับทุนสนับสนุนด้วย ซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการไทยก็มีสิทธิ์ได้รับทุนสนับสนุนนี้ หากสามารถหาหุ้นส่วนในอียู หรือ ร่วมเป็นสมาชิกสมาคมในอียูที่สมัครขอรับทุนจากโครงการฯ โดยจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่อียูกำหนดไว้ ยกเว้นบางหัวข้อที่มีความละเอียดอ่อนด้านความมั่นคง อาทิ หัวข้อด้านความปลอดภัยของไซเบอร์ซึ่งอียูจะสงวนสิทธิ์ไว้ให้ประเทศสมาชิกอียูเท่านั้น โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ec.europa.eu/info/funding tenders/opportunities/portal/screen/programmes/digital

 

ที่มา:

https://thaieurope.net/2021/11/29/eu-digital-europe/

https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_21_5863

https://ec.europa.eu/info/funding-tenders/opportunities/portal/screen/programmes/digital

https://ec.europa.eu/newsroom/repository/document/2021-46/C_2021_7914_1_EN_annexe_acte_autonome_cp_part1_v3_x3qnsqH6g4B4JabSGBy9UatCRc8_81099.pdf