อียู-ตูนิเซีย ทำข้อตกลงแก้ปัญหาอพยพ
อียู-ตูนิเซีย ทำข้อตกลงแก้ปัญหาอพยพ
วันที่นำเข้าข้อมูล 26 ก.ค. 2566
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 ก.ค. 2566
| 3,091 view
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมานี้ EU ได้ลงนาม “ข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” กับประเทศตูนิเซียโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นการย้ายถิ่นฐานแบบผิดกฎหมาย โดยให้การช่วยเหลือคิดเป็นจำนวนเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านยูโร หรือราว 39,000 ล้านบาท
ข้อตกลงฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากการเจรจานานหลายสัปดาห์ระหว่างสหภาพยุโรปและรัฐบาลตูนิเซีย และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากผู้นำตูนิเซียได้ออกมาเปิดเผยมูลค่าของขบวนการลักลอบขนย้ายผู้ลี้ภัยที่มีเม็ดเงินสะพัดกว่า 760 ล้านยูโร หรือราว 30,000 ล้านบาท
พิธีลงนามมีขึ้นที่กรุงตูนิส ประเทศตูนิเซีย โดยนายมาร์ค รุตเตอ นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ นางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี และนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ร่วมลงนามกับนายไค ซาอิด ประธานาธิบดีตูนิเซีย
"ทำไมอียูถึงมอบเงินช่วยเหลือ"
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตูนิเซียต้องเผชิญกับปัญหาการย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ผู้ลี้ภัยที่ไม่มีเอกสารลี้ภัยอย่างถูกต้องหลายพันคนได้มุ่งหน้าไปยังสแฟกซ์ เมืองชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เนื่องจากต้องการขึ้นเรือของกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์เพื่อข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปยังประเทศอิตาลี จนกลายเป็นวิกฤตผู้อพยพที่รุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในตูนิเซีย และได้สร้างความหนักใจให้กับรัฐบาลอิตาลีชุดปัจจุบันที่ชูนโยบายต่อต้านผู้ลี้ภัย
รัฐบาลอิตาลีรายงานว่า ในปี 2566 มีผู้อพยพทางเรือราว 75,065 คนได้ขึ้นฝั่งอิตาลี ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 ที่มีผู้อพยพทางเรือขึ้นฝั่งอิตาลีเพียง 31,920 คนเท่านั้น
รัฐบาลอิตาลีเปิดเผยว่า จำนวนผู้อพยพจำนวนนี้ เกินกว่าครึ่งเดินทางมาจากประเทศตูนิเซีย โดยมีจำนวนนำหน้าประเทศลิเบีย ประเทศเพื่อนบ้านที่เคยเป็นประเทศต้นทางของผู้อพยพที่เดินทางเข้ามาอิตาลี
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ผู้อพยพทุกคนที่จะเดินทางไปถึงยุโรป เนื่องจากจำนวนไม่น้อยเสียชีวิตระหว่างการเดินทางจากเหตุเรืออับปางกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพราะคลื่นลมที่รุนแรงรวมถึงการบรรทุกคนเกินขนาดความจุเรือ
"การทูตเพื่อมนุษยธรรมและนโยบายการโยกย้ายถิ่นฐาน (Migration Diplomacy)"
เหตุการณ์เรือผู้อพยพล่มในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถือเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงวิกฤตด้านมนุษยธรรมทั้งในทวีปยุโรปและแอฟริกา ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ชาติยุโรปต้องยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศตูนิเซีย ซึ่งมีสถานะเป็นประเทศต้นทาง รวมทั้งคอยสกัดผู้ลี้ภัยผิดกฎหมายก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยใช้การทูตเพื่อมนุษยธรรมและนโยบายการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ Migration diplomacy เพื่อช่วยปกป้องสังคมและเศรษฐกิจยุโรปจากคลื่นผู้ลี้ภัยจำนวนมากจากแอฟริกา
ประเทศที่จะได้รับผลกระทบเป็นประเทศแรก ๆ จากคลื่นผู้อพยพจากตูนิเซีย คือ ประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุดเช่น อิตาลี โดยประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้นำอิตาลีได้ปรากฏตัวในพิธีลงนามข้อตกลงฯ ทั้งนี้ เม็ดเงินมูลค่ามหาศาลที่ยุโรปประกาศว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของตูนิเซียที่กำลังอยู่ในภาวะตกต่ำและมีอัตราเงินเฟ้อที่สูง เนื่องจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีซาอิด
โดยทั้งอิตาลีและสหภาพยุโรปกังวลว่าถ้าเศรษฐกิจของตูนิเซียพังทลายในเวลานี้ ตูนิเซียจะไม่สามารถสกัดผู้อพยพได้ และจำนวนผู้อพยพในยุโรปจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งจะซ้ำเติมวิกฤตผู้ลี้ภัยในยุโรปที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้
"เป้าหมายการให้ความช่วยเหลือ"
นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ทุกฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงฉบับนี้ได้ โดยระบุว่าข้อตกลงนี้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไป และข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ฉบับนี้มีเป้าหมายให้ความช่วยเหลือแก่ตูนิเซียครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่
1. ผู้อพยพ
2. เสถียรภาพของเศรษฐกิจตูนิเซียในระดับมหภาค
3. การค้าและการลงทุน
4. การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสีเขียว
5. การปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในตูนิเซีย
นอกจากนี้ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปยังได้แถลงว่า สหภาพยุโรปจะมอบเงินช่วยเหลือมูลค่ากว่า 100 ล้านยูโร หรือราว 4,000 ล้านบาทให้แก่ตูนิเซีย เพื่อต่อต้านกลุ่มลักลอบขนย้ายผู้ลี้ภัยผิดกฎหมาย ตลอดจนค้นหาและช่วยเหลือผู้ลี้ภัย
อ้างอิง
Tag
TOP
กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ
Department of European Affairs
Department of European Affairs
ที่อยู่ : กระทรวงการต่างประเทศ 443 ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร 10400
จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น. (ยกเว้นวันหยุดและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
0-2203-5000 ต่อ 13174
0-2643-5140
Copyright © 2018 MFA All rights reserved.