สหภาพยุโรปประกาศเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลภายในปี 2573 (Digital Compass 2030)

สหภาพยุโรปประกาศเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลภายในปี 2573 (Digital Compass 2030)

19 มี.ค. 2564

155 view

นาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า “ยุโรปมีโอกาสที่จะสร้างเศรษฐกิจและสังคมให้ดีขึ้น ด้วยงบประมาณระยะยาว (7 ปี) และงบฟื้นฟูเศรษฐกิจของอียู (Next  Generation EU) ซึ่งเป็นการระดมทุนจำนวนมากที่สุดในประวัติการณ์ เพื่อลงทุนในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดได้เผยให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลและทักษะที่จำเป็นในการทำงาน การศึกษา และการมีส่วนร่วมต่อสังคม และเผยจุดอ่อนที่อียูต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยแผน “ทศวรรษดิจิทัลของยุโรป” นี้ จะช่วยให้ประชาชนและธุรกิจอียูสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากศักยภาพของโลกดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ และการกำหนดเข็มทิศดิจิทัลจะช่วยให้อียูมีมุมมองที่ชัดเจนว่าจะบรรลุเป้าหมายดิจิทัลได้อย่างไร”

เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอแผน “ทศวรรษดิจิทัลของยุโรป” พร้อมเผยแพร่เป้าหมายดิจิทัลด้านต่าง ๆ สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลสำหรับปี ค.ศ. 2030 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสภายุโรปให้มีการกำหนด “เข็มทิศดิจิทัล” ซึ่งระบุแนวทางและเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดความทะเยอทะยานด้านดิจิทัลของอียูสู่นโยบายที่เป็นรูปธรรม และต่อยอดแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลของอียูที่ได้เผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2020 ซึ่งแผนการดำเนินงานฯ นี้ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบรรลุการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล สู่เศรษฐกิจปลอดคาร์บอนที่มีหมุนเวียนและมีความยืดหยุ่นของยุโรป

อย่างที่ทราบกันดีว่า อียูต้องการสร้างอำนาจอธิปไตยทางดิจิทัลของอียู (digital sovereignty) ที่เปิดกว้างและเชื่อมต่อถึงกัน ผลักดันนโยบายดิจิทัลที่เสริมสร้างบทบาทของของประชาชนและธุรกิจต่างๆ เพื่อสร้างโลกดิจิทัลแห่งอนาคตที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ยั่งยืนและมั่งคั่งยิ่งขึ้น รวมถึงการพิจารณาจุดอ่อนของอียูและลดการพึ่งพาต่างประเทศ ตลอดจนการเร่งเพิ่มการลงทุนในภาคดิจิทัล ดังนั้น ในแผนการดำเนินงานฯ นี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงได้เสนอให้ 1) กำหนดหลักการด้านดิจิทัล (Digital Principles) 2) เร่งการริเริ่มโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก และ 3) เตรียมข้อเสนอร่างกฎหมายเพื่อกำหนดกรอบการกำกับดูแลและติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตามเป้าหมายของเข็มทิศดิจิทัล ซึ่งจะต้องได้รับการเห็นชอบจากสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งยุโรปในลำดับต่อไป

อียูได้เสนอเข็มทิศดิจิทัลและเป้าหมายดิจิทัลสำหรับปี ค.ศ. 2030 โดยแบ่งเป็น 4 ด้าน ดังนี้

  1. ประชาชนที่มีทักษะด้านดิจิทัลและผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะด้านดิจิทัลสูง โดยกำหนดเป้าหมายว่า: ผู้ใหญ่อย่างน้อย 80% ควรมีทักษะด้านดิจิทัลขั้นพื้นฐาน และควรมีการจ้างงานผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT อย่างน้อย 20 ล้านรายในอียู รวมถึงควรมีการเพิ่มสัดส่วนของผู้หญิงในสายงานด้าน ICT
  2. โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยกำหนดเป้าหมายว่า: ทุกครัวเรือนในอียูควรมีการเชื่อมต่อความเร็วสูง 1 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) และทุกพื้นที่ที่มีประชากรอยู่อาศัยควรได้รับการครอบคลุมโดยเครือข่าย 5G / อียูควรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ทันสมัยและยั่งยืนให้ได้ 20% ของการผลิตทั่วโลก / ติดตั้ง Edge nodes ที่เป็นปลอดคาร์บอนและมีความปลอดภัยสูงจำนวน 10,000 ชิ้นในอียู และอียูควรมีคอมพิวเตอร์ควอนตัมเครื่องแรก
  3. การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของภาคธุรกิจ โดยกำหนดเป้าหมายว่า: บริษัท 75% ควรใช้บริการคลาวด์ ข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) / บริษัท SMEs มากกว่า 90% ควรมีศักยภาพด้านดิจิทัลในระดับพื้นฐาน และควรเพิ่มจำนวนบริษัทยูนิคอร์นของอียูเป็นสองเท่า (บริษัท Startup ที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณสามหมื่นล้านบาท)
  4. การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในองค์กรภาครัฐ โดยกำหนดเป้าหมายว่า: บริการภาครัฐที่สำคัญทั้งหมดควรมีเปิดให้บริการออนไลน์ / ประชาชนทุกคนจะสามารถเข้าถึงประวัติการรักษาอิเล็กทรอนิกส์ (e-medical) ของตนเองได้ และประชาชน 80% ควรใช้ระบบ eID (บัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์)

ทั้งนี้ อียูจะสนับสนุนการเปิดตัวโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก โดยการรวบรวมเงินลงทุนจากงบประมาณของอียู งบประมาณของประเทศสมาชิก และจากภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงงบฟื้นฟูเศรษฐกิจของอียู ซึ่งประเทศสมาชิกได้ตกลงที่จะจัดสรร 20% ของงบฟื้นฟูฯ สำหรับโครงการด้านดิจิทัล อาทิ โครงการสร้างศูนย์ประมวลข้อมูลที่เชื่อมต่อระหว่างกันระหว่างประเทศสมาชิกในอียู และ/หรือ โครงการพัฒนาโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ที่เชื่อถือได้และประหยัดพลังงาน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มีนาคมนี้ คณะมนตรียุโรปได้เห็นชอบการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการ Digital Europe สำหรับปี ค.ศ. 2021-2027 เป็นเงินกว่า 7,588 ล้านยูโร เพื่อส่งเสริมการการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยให้มีผลย้อนหลังเริ่มวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2021

ส่วนในเรื่องของหลักการด้านดิจิทัล อียูได้เสนอให้มีการพัฒนากรอบการทำงานของหลักการดิจิทัล อาทิ การเข้าถึงการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพสูง ทักษะด้านดิจิทัลที่เพียงพอ บริการภาครัฐออนไลน์ ตลอดจนการให้บริการออนไลน์ที่เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ และอื่น ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนสามารถใช้สิทธิออนไลน์อย่างเต็มที่เสมือนในโลกออฟไลน์ ซึ่งอียูอาจระบุหลักการด้านดิจิทัลนี้ในคำประกาศระหว่างสภายุโรป คณะมนตรีแห่งยุโรป และคณะกรรมาธิการยุโรป (inter-institutional declaration) ซึ่งจะสอดคล้องการทำงานของ European Pillar of Social Rights

ในมิติความร่วมมือระหว่างประเทศ อียูจะดำเนินการเพื่อส่งเสริมวาระดิจิทัลที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางภายในองค์กรระหว่างประเทศและสร้างความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งในการบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันระดับโลก โดยอียูได้เสนอให้มีการจัดตั้งสภาการค้าและเทคโนโลยีระหว่างอียูและสหรัฐ (EU-US Trade and Technology Council) แล้วด้วย

สุดท้ายนี้ เข็มทิศดิจิทัลจะช่วยส่งเสริมให้อียูสามารถบรรลุเป้าหมายภายใต้ European Green Deal ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 55% ภายในปี ค.ศ. 2030 เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก อาทิ การประชุมออนไลน์ผ่านวิดีโอเป็นการช่วยลดการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการคมนาคม (ทั้งทางอากาศและทางบก) และเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทในการสร้างแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งในภาคการเกษตร การใช้พลังงานภายในอาคาร และการวางผังเมืองที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยอียูมีกำหนดเสนอโครงการดิจิทัลเพื่อดำเนินการตามแนวทางของเข็มทิศดิจิทัล ภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 และจะดำเนินการเพื่อออกประกาศระหว่างสถาบันเรื่องหลักการดิจิทัลภายในสิ้นปี 2564 นี้

ที่มา : https://thaieurope.net/2021/03/16/eus-digital-decade/