สหภาพยุโรปประกาศเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลภายในปี 2573 (Digital Compass 2030)
สหภาพยุโรปประกาศเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลภายในปี 2573 (Digital Compass 2030)
วันที่นำเข้าข้อมูล 19 มี.ค. 2564
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 พ.ย. 2565
นาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า “ยุโรปมีโอกาสที่จะสร้างเศรษฐกิจและสังคมให้ดีขึ้น ด้วยงบประมาณระยะยาว (7 ปี) และงบฟื้นฟูเศรษฐกิจของอียู (Next Generation EU) ซึ่งเป็นการระดมทุนจำนวนมากที่สุดในประวัติการณ์ เพื่อลงทุนในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดได้เผยให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลและทักษะที่จำเป็นในการทำงาน การศึกษา และการมีส่วนร่วมต่อสังคม และเผยจุดอ่อนที่อียูต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยแผน “ทศวรรษดิจิทัลของยุโรป” นี้ จะช่วยให้ประชาชนและธุรกิจอียูสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากศักยภาพของโลกดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ และการกำหนดเข็มทิศดิจิทัลจะช่วยให้อียูมีมุมมองที่ชัดเจนว่าจะบรรลุเป้าหมายดิจิทัลได้อย่างไร”
เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอแผน “ทศวรรษดิจิทัลของยุโรป” พร้อมเผยแพร่เป้าหมายดิจิทัลด้านต่าง ๆ สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลสำหรับปี ค.ศ. 2030 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสภายุโรปให้มีการกำหนด “เข็มทิศดิจิทัล” ซึ่งระบุแนวทางและเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดความทะเยอทะยานด้านดิจิทัลของอียูสู่นโยบายที่เป็นรูปธรรม และต่อยอดแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลของอียูที่ได้เผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2020 ซึ่งแผนการดำเนินงานฯ นี้ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบรรลุการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล สู่เศรษฐกิจปลอดคาร์บอนที่มีหมุนเวียนและมีความยืดหยุ่นของยุโรป
อย่างที่ทราบกันดีว่า อียูต้องการสร้างอำนาจอธิปไตยทางดิจิทัลของอียู (digital sovereignty) ที่เปิดกว้างและเชื่อมต่อถึงกัน ผลักดันนโยบายดิจิทัลที่เสริมสร้างบทบาทของของประชาชนและธุรกิจต่างๆ เพื่อสร้างโลกดิจิทัลแห่งอนาคตที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ยั่งยืนและมั่งคั่งยิ่งขึ้น รวมถึงการพิจารณาจุดอ่อนของอียูและลดการพึ่งพาต่างประเทศ ตลอดจนการเร่งเพิ่มการลงทุนในภาคดิจิทัล ดังนั้น ในแผนการดำเนินงานฯ นี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงได้เสนอให้ 1) กำหนดหลักการด้านดิจิทัล (Digital Principles) 2) เร่งการริเริ่มโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก และ 3) เตรียมข้อเสนอร่างกฎหมายเพื่อกำหนดกรอบการกำกับดูแลและติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตามเป้าหมายของเข็มทิศดิจิทัล ซึ่งจะต้องได้รับการเห็นชอบจากสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งยุโรปในลำดับต่อไป
อียูได้เสนอเข็มทิศดิจิทัลและเป้าหมายดิจิทัลสำหรับปี ค.ศ. 2030 โดยแบ่งเป็น 4 ด้าน ดังนี้
- ประชาชนที่มีทักษะด้านดิจิทัลและผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะด้านดิจิทัลสูง โดยกำหนดเป้าหมายว่า: ผู้ใหญ่อย่างน้อย 80% ควรมีทักษะด้านดิจิทัลขั้นพื้นฐาน และควรมีการจ้างงานผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT อย่างน้อย 20 ล้านรายในอียู รวมถึงควรมีการเพิ่มสัดส่วนของผู้หญิงในสายงานด้าน ICT
- โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยกำหนดเป้าหมายว่า: ทุกครัวเรือนในอียูควรมีการเชื่อมต่อความเร็วสูง 1 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) และทุกพื้นที่ที่มีประชากรอยู่อาศัยควรได้รับการครอบคลุมโดยเครือข่าย 5G / อียูควรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ทันสมัยและยั่งยืนให้ได้ 20% ของการผลิตทั่วโลก / ติดตั้ง Edge nodes ที่เป็นปลอดคาร์บอนและมีความปลอดภัยสูงจำนวน 10,000 ชิ้นในอียู และอียูควรมีคอมพิวเตอร์ควอนตัมเครื่องแรก
- การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของภาคธุรกิจ โดยกำหนดเป้าหมายว่า: บริษัท 75% ควรใช้บริการคลาวด์ ข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) / บริษัท SMEs มากกว่า 90% ควรมีศักยภาพด้านดิจิทัลในระดับพื้นฐาน และควรเพิ่มจำนวนบริษัทยูนิคอร์นของอียูเป็นสองเท่า (บริษัท Startup ที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณสามหมื่นล้านบาท)
- การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในองค์กรภาครัฐ โดยกำหนดเป้าหมายว่า: บริการภาครัฐที่สำคัญทั้งหมดควรมีเปิดให้บริการออนไลน์ / ประชาชนทุกคนจะสามารถเข้าถึงประวัติการรักษาอิเล็กทรอนิกส์ (e-medical) ของตนเองได้ และประชาชน 80% ควรใช้ระบบ eID (บัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์)
ทั้งนี้ อียูจะสนับสนุนการเปิดตัวโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก โดยการรวบรวมเงินลงทุนจากงบประมาณของอียู งบประมาณของประเทศสมาชิก และจากภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงงบฟื้นฟูเศรษฐกิจของอียู ซึ่งประเทศสมาชิกได้ตกลงที่จะจัดสรร 20% ของงบฟื้นฟูฯ สำหรับโครงการด้านดิจิทัล อาทิ โครงการสร้างศูนย์ประมวลข้อมูลที่เชื่อมต่อระหว่างกันระหว่างประเทศสมาชิกในอียู และ/หรือ โครงการพัฒนาโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ที่เชื่อถือได้และประหยัดพลังงาน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มีนาคมนี้ คณะมนตรียุโรปได้เห็นชอบการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการ Digital Europe สำหรับปี ค.ศ. 2021-2027 เป็นเงินกว่า 7,588 ล้านยูโร เพื่อส่งเสริมการการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยให้มีผลย้อนหลังเริ่มวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2021
ส่วนในเรื่องของหลักการด้านดิจิทัล อียูได้เสนอให้มีการพัฒนากรอบการทำงานของหลักการดิจิทัล อาทิ การเข้าถึงการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพสูง ทักษะด้านดิจิทัลที่เพียงพอ บริการภาครัฐออนไลน์ ตลอดจนการให้บริการออนไลน์ที่เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ และอื่น ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนสามารถใช้สิทธิออนไลน์อย่างเต็มที่เสมือนในโลกออฟไลน์ ซึ่งอียูอาจระบุหลักการด้านดิจิทัลนี้ในคำประกาศระหว่างสภายุโรป คณะมนตรีแห่งยุโรป และคณะกรรมาธิการยุโรป (inter-institutional declaration) ซึ่งจะสอดคล้องการทำงานของ European Pillar of Social Rights
ในมิติความร่วมมือระหว่างประเทศ อียูจะดำเนินการเพื่อส่งเสริมวาระดิจิทัลที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางภายในองค์กรระหว่างประเทศและสร้างความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งในการบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันระดับโลก โดยอียูได้เสนอให้มีการจัดตั้งสภาการค้าและเทคโนโลยีระหว่างอียูและสหรัฐ (EU-US Trade and Technology Council) แล้วด้วย
สุดท้ายนี้ เข็มทิศดิจิทัลจะช่วยส่งเสริมให้อียูสามารถบรรลุเป้าหมายภายใต้ European Green Deal ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 55% ภายในปี ค.ศ. 2030 เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก อาทิ การประชุมออนไลน์ผ่านวิดีโอเป็นการช่วยลดการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการคมนาคม (ทั้งทางอากาศและทางบก) และเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทในการสร้างแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งในภาคการเกษตร การใช้พลังงานภายในอาคาร และการวางผังเมืองที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยอียูมีกำหนดเสนอโครงการดิจิทัลเพื่อดำเนินการตามแนวทางของเข็มทิศดิจิทัล ภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 และจะดำเนินการเพื่อออกประกาศระหว่างสถาบันเรื่องหลักการดิจิทัลภายในสิ้นปี 2564 นี้
ที่มา : https://thaieurope.net/2021/03/16/eus-digital-decade/
Department of European Affairs
จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดและวันหยุดนักขัตฤกษ์)