ยุทธศาสตร์นโยบายวีซ่าของสหภาพยุโรป (EU Visa Policy Strategy)

ยุทธศาสตร์นโยบายวีซ่าของสหภาพยุโรป (EU Visa Policy Strategy)

วันที่นำเข้าข้อมูล 11 ก.พ. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 11 ก.พ. 2569

| 28 view

ข่าวสำคัญกรมยุโรป

ยุทธศาสตร์นโยบายวีซ่าของสหภาพยุโรป (EU Visa Policy Strategy)

๑. ภาพรวม

    ๑.๑ ยุทธศาสตร์นโยบายวีซ่าของสหภาพยุโรป (อียู) (EU Visa Policy Strategy) ประกาศใช้เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เป็นกรอบนโยบายวีซ่าฉบับแรกของอียู

    ๑.๒ key message: (๑) นโยบายวีซ่าเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ (strategic policy instrument) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ควบคู่กับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขัน (๒) นโยบายวีซ่าเป็นเครื่องมือทางการทูตและอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์ต่อประเทศคู่เจรจา เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน ที่เพิ่มขึ้น ความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระดับโลก

    ๑.๓ นโยบายวีซ่าอยู่บนหลักการ “เปิดกว้างแต่มีความรับผิดชอบ” (open yet responsible) กล่าวคือ (๑) เปิดกว้างเพื่อสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยอำนวยความสะดวกในการดึงดูดแรงงานที่มีฝีมือ นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว (๒) ตอบโจทย์ด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ โดยเปิดช่องให้มีการใช้มาตรการเกี่ยวกับการตรวจลงตราต่อประเทศที่เป็นภัยด้านความมั่นคงและการเมือง นอกจากนี้ (๓) เน้นการเพิ่มการบูรณาการข้อมูลและใช้เทคโนโลยีในการจัดการความท้าทายที่เกี่ยวข้อง

๒. เนื้อหาสำคัญ

    ๒.๑ สร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยส่งเสริมการตรวจลงตราแบบเข้าออกได้หลายครั้งในระยะยาว (long-term multiple-entry visas) สำหรับผู้เดินทางที่มีประวัติน่าเชื่อถือและกลุ่มเป้าหมาย เช่น ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย นักธุรกิจ โดยพิจารณาขยายอายุวีซ่าเกินห้าปี เพื่อลดภาระทางธุรการและการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 

    ๒.๒ เสริมสร้างความมั่นคง

         ๒.๒.๑ จัดทำแผนพัฒนากรอบการประเมิน (new assessment framework) สำหรับการยกเว้นการตรวจลงตราโดยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนต่อ (๑) ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความมั่นคงไซเบอร์ การต่อต้านการก่อการร้ายและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และ (๒) ความสัมพันธ์และผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์

         ๒.๒.๒ กำหนดกรอบการจัดทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตรา (visa waiver agreement) โดยอียูจะพิจารณาข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งในข้อ ๒.๒.๑ เพื่อประเมินความพร้อมของประเทศที่สาม ก่อนที่จะเปิดการหารือว่าด้วยการเปิดเสรีวีซ่า (visa liberalisation dialogue) บนพื้นฐานของเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกัน และหากบรรลุผล จะนำไปสู่การจัดทำ visa waiver agreement ต่อไป

         ๒.๒.๓ พัฒนากลไกระงับการตรวจลงตรา (visa suspension mechanism) เพื่อจัดการกับการอยู่เกินกำหนด (overstay) และความเสี่ยงด้านความมั่นคง

         ๒.๒.๔ ใช้กลไกการยกเว้นการตรวจลงตราในการผลักดันความร่วมมือกับประเทศที่สามในด้านการรับกลับบุคคล การบริหารจัดการพรมแดน และความมั่นคง

         ๒.๒.๕ อนุมัติให้คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถพิจารณาออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับระงับ การปฏิเสธ และการจำกัดการตรวจลงตราต่อประเทศที่อาจเป็นภัยคุกคามด้านการเมืองและความมั่นคงต่ออียู

    ๒.๓ ใช้เทคโนโลยีพัฒนาและบูรณาการระบบ อียูจะพัฒนาและเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหลัก เพื่อยกระดับการคัดกรองและการติดตามผู้เดินทาง โดยจะเริ่มใช้ระบบ European Travel Information and Authorisation System (ETIAS) ในปี 2569 สำหรับผู้เดินทางที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราระยะสั้น และเปลี่ยนผ่านสู่ระบบวีซ่าดิจิทัล ทั้งการยื่นเรื่องและใช้วีซ่าดิจิทัล (digital visa) แทนสติกเกอร์

กองสหภาพยุโรป กรมยุโรป
๑๐ กุมภาพันธ์ 2569

เอกสารประกอบ

EU_Visa_Policy_strategy_2026.pdf