ผู้แทนกรมยุโรป บรรยายในหัวข้อ “บทบาทและความสำคัญของกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปกับความมั่นคงโลก” ที่วิทยาลัยการทัพบก วันที่ 10 มีนาคม 2563

ผู้แทนกรมยุโรป บรรยายในหัวข้อ “บทบาทและความสำคัญของกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปกับความมั่นคงโลก” ที่วิทยาลัยการทัพบก วันที่ 10 มีนาคม 2563

12 มี.ค. 2563

660 view

ผู้แทนกรมยุโรป บรรยายในหัวข้อ “บทบาทและความสำคัญของกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปกับความมั่นคงโลก”
ที่วิทยาลัยการทัพบก วันที่ 10 มีนาคม 2563

          เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 นางสาวพรพิมล สุคันธวณิช ผู้อำนวยการกองสหภาพยุโรป และนายภาษิต จูฑะพุทธิ             ผู้อำนวยการกองยุโรปตะวันออก กรมยุโรป ได้บรรยายเรื่อง “บทบาทและความสำคัญของกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปกับ         ความมั่นคงโลก” ให้แก่นักศึกษาวิทยาลัยการทัพบก ชุดที่ 65 จำนวน 156 คน

          ผู้อำนวยการกองสหภาพยุโรป ได้อธิบายถึงความสำคัญของ EU ในฐานะผู้เล่นระดับโลก ด้านการค้า การลงทุน    ด้านการเมืองและการทหาร ขณะที่ไทยมอง EU ว่า สามารถมีอิทธิพลที่จะกำหนดทิศทางการเมือง ความมั่นคงของโลก และเป็น trend setter ด้านค่านิยมและมาตรฐานสากล ที่สามารถสร้างแรงกดดันให้ไทยขับเคลื่อนนโยบายภายในไปในทิศทางที่ EU ต้องการ ทั้งนี้ การดำรงตำแหน่งของนาง Federica Mogherini ซึ่งเป็นผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (HR/VP) ในช่วงปี ค.ศ. 2014-2019 ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศของ EU โดยมีการออก Global Strategy ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง เมื่อปี ค.ศ. 2016 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ EU ที่จะให้เกิด “European Integration” มากขึ้น และความสามารถที่ EU จะตัดสินใจด้านการต่างประเทศด้วยตนเอง (Strategic Autonomy) รวมทั้งความต้องการที่จะพึ่งพาตนเองด้านการทหารให้มากขึ้น ซึ่ง EU ไม่เคยทำได้เลยในประวัติศาสตร์ เนื่องจากที่ผ่านมา ยุโรปมีความขัดแย้ง สงคราม และความแตกต่างทางความคิด เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง นอกจากนี้ บริบทที่สำคัญที่ส่งผลต่อการกำหนด Global Strategy ของ EU ที่สำคัญ น่าจะรวมถึงสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอก เช่น การทำ Referendum เรื่อง Brexit ปัญหาวิกฤติเรื่องผู้อพยพ Rise of China            ความไม่แน่นอนของพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ตลอดจนสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ ยูเครน อิหร่าน และคาบสมุทรเกาหลี นอกจากนี้ EU เองก็ได้ปรับมุมมองใหม่ โดยเห็นว่า EU ไม่จำเป็นต้องปกป้องโลก            ในทุกเรื่องแต่สามารถหยิบยกบางเรื่องที่ EU สามารถมีบทบาทนำและสร้างความแตกต่างได้ และเห็นว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกต้องการความร่วมมือกัน หรือ Collective Action จากในยุโรปเอง เพื่อผลักดันให้เกิดความรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องของยุโรป

         สาระสำคัญของ Global Strategy เน้นเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันของประเทศสมาชิกในด้าน          การต่อต้านการก่อการร้าย ความมั่นคงทางไซเบอร์ และความมั่นคงทางพลังงาน โดยที่ผ่านมา มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การปกป้องข้อมูลบุคคล เรื่องการจัดทำแผนการพัฒนา 5G รวมถึงให้ความสำคัญกับนโยบายกับประเทศเพื่อนบ้าน         และผู้อพยพและการกำหนดความสัมพันธ์กับกล่มประเทศต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง ASEAN และการส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคีนิยม รวมถึงการส่งเสริมประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ และสิทธิมนุษยชน

         ผู้อำนวยการกองยุโรปตะวันออกได้บรรยายถึงนโยบายต่างประเทศของรัสเซียที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงเป็นหลัก และให้น้ำหนักกับเอเชียมากขึ้น สาเหตุส่วนหนึ่งจากความบาดหมางกับโลกตะวันตก ดังกรณีตัวอย่างการยกระดับสถานะของรัสเซียเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของอาเซียน ในขณะเดียวกัน การเมืองภายในรัสเซียก็มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยล่าสุดประธานาธิบดีปูตินได้เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มการถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ

          จากนั้น ได้แสดงความคิดเห็นว่า แม้ภัยคุกคามดั้งเดิม (traditional threats) จะยังคงดำรงอยู่โดยเฉพาะที่เกี่ยวโยงกับบทบาทของยุโรป แต่ยุโรปให้ความสำคัญมากขึ้นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (non-traditional threats) อาทิ โรคอุบัติใหม่          การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสะท้อนให้เห็นจากการที่เยอรมนีได้ปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการทหารและมุ่งเน้นการจัดสรร      งบประมาณให้กับการใช้พลังงานทดแทนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  

          สำหรับยุโรป ตัวอย่างภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้แก่ (1) การก่อการร้าย/กลุ่มสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง ซึ่งเป็นความท้าทายที่ซับซ้อน กล่าวคือ การที่พลเมืองของยุโรปเดินทางไปร่วมรบกับกลุ่ม ISIS ในซีเรีย/อิรัก (Foreign Terrorist Fighters – FTF) การบริหารจัดการกับ FTFs และครอบครัวที่เดินทางกลับประเทศ (Returnees) การก่อการร้ายเพียงลำพัง (Lone Wolf) และกลุ่มชาตินิยมขวาจัด (Neo-Nazi / White Supremacist) (2) ความมั่นคงด้านพลังงาน ยุโรปพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน          โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียสูงถึงร้อยละ 40  แต่ก็มีความสัมพันธ์ไม่ปกติกับรัสเซีย จึงพยายามลดการพึ่งพิงรัสเซีย อย่างไรก็ดี ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรจากแนวนโยบาย/การดำเนินการที่แตกต่างกันของยุโรป (3) ความมั่นคงทางไซเบอร์    จะทวีความสำคัญยิ่งขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อ 5G นำไปสู่การประยุกต์ใช้กับกิจกรรมที่หลากหลาย (รถยนต์ไร้คนขับ ฯลฯ) ซึ่งย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงมากขึ้น อย่างไรก็ดี ยุโรปมีแนวนโยบายที่แตกต่างกัน ในกรณีของ Huawei            (4) เส้นทางขนส่งทางทะเลอาร์คติกตอนเหนือ (Northern Sea Route – NSR) ประเมินว่า จะช่วยทำให้การขนส่งสินค้าจากยุโรปไปจีนเร็วขึ้นถึงร้อยละ 40 ซึ่งหากในอนาคต NSR กลายเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก เพราะการเดินเรือผ่านสะดวกมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงภูมิสภาพอากาศที่ทำให้แผ่นน้ำแข็งบริเวณอาร์คติกบางลงก็จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อดุลยภาพของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะรัสเซียจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น

          นอกจากนี้ จีนได้แผ่ขยายบทบาทและอิทธิพลเข้าสู่ภูมิภาคยุโรปเช่นกัน ไม่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น ๆ อาทิ จีนมีกลไกความร่วมมือด้านการพัฒนาที่เรียกว่า “China and Central and Eastern European countries” (CEECs) หรือ 17+1

          ในช่วงท้าย ผู้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายได้แสดงความสนใจสอบถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ กับผู้บรรยาย สรุปสาระ ดังนี้ (1) โดยที่ชั้นนี้ยังอยู่ระหว่างช่วง transition period ของ Brexit  จึงทำให้ข้อสรุปเกี่ยวกับระดับการบูรณาการด้านความมั่นคงระหว่างสหราชอาณาจักร กับ EU ภายหลัง Hard Brexit ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งนี้ เนื่องจากท่าทีที่ต่างกันของแต่ละฝ่าย โดย EU ยังต้องการคงความร่วมมือไว้ในระดับเดิมแต่ UK ต้องการเป็นเอกเทศมากขึ้นและคงไว้เพียงสถานะที่เป็นมิตรกับ EU เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นที่ต้องเจรจากันอีก โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายสินค้าบริเวณพรมแดนไอร์แลนด์เหนือของสหราชอาณาจักรกับไอร์แลนด์ การทำประมงในช่องแคบอังกฤษ และสถานะพลเมือง (2) การที่สหรัฐฯ เรียกร้อง ให้ประเทศยุโรปเพิ่มงบประมาณสนับสนุน NATO น่าจะเกี่ยวโยงกับนโยบาย America First ของสหรัฐฯ        (3) ปรากฏการณ์กลุ่มชาตินิยมขวาจัด/การเข้าร่วมรบกับกลุ่ม ISIS ของพลเมืองยุโรป/การก่อการร้ายเพียงลำพัง อาจวิเคราะห์   มูลเหตุได้ทั้งในระดับปัจเจกบุคคลและระดับสังคม กล่าวคือ ระดับปัจเจกบุคคล อาทิ การขาดโอกาสทางอาชีพและการไม่สามารถเข้าถึงบริการภาครัฐต่าง ๆ อาจทำให้บุคคลเกิดความแปลกแยก (alienation) จนต้องหันไปพึ่งอุดมการณ์/แนวคิด/        ความเชื่อสุดโต่ง และระดับสังคมที่สะท้อนถึงความล้มเหลวของสังคมที่จะทำให้เกิดการยอมรับค่านิยม/อุดมคติร่วมกัน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงจะใช้การปิดกั้นความแตกต่างหรือใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาไม่ได้ (4) นโยบายผู้อพยพ ซึ่งยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ทั้งประเทศสมาชิก EU ยังคงหาข้อยุติร่วมกันได้ยากและสถานการณ์แย่ลง เนื่องจากหลายประเทศมีการต่อต้านอิสลาม/มุสลิมเพิ่มขึ้นและพรรคการเมืองของกลุ่มแนวคิดชาตินิยมได้รับเลือกตั้งมากขึ้นในสภายุโรป และ (5) การเปลี่ยนแปลง          เส้นทางการเดินเรือผ่านทะเลอาร์คติกย่อมส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงของโลก ดังเช่นกรณีคลองสุเอซที่ทำให้อียิปต์กลายเป็นพื้นที่ที่มหาอำนาจต้องการเข้าไปควบคุมในฐานะเส้นทางขนส่งทางยุทธศาสตร์                  ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า หากมีโครงการขุดคลองไทยจริงจะก่อให้เกิดประเด็นความมั่นคงที่มีความคุ้มค่า                     ทางเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด

**********************

กองสหภาพยุโรป

กรมยุโรป

10 มีนาคม 2563

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ